Fireball Visitors from Darker Worlds (2020)

Fireball-Visitors-from-Darker-Worlds (2020)

Fireball Visitors from Darker Worlds (2020)

มีพวกเราหลายคนที่มองว่าอุกกาบาตเป็นหินอวกาศธรรมดาๆ ที่ตกลงมาบนโลกของเรา แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ความจริงแตกต่างกันมากและจากการตรวจสอบอุกกาบาตเหล่านี้ คุณจะได้รับข้อมูลมากมายเกี่ยวกับอุกกาบาตและทุกสิ่งที่ซ่อนอยู่ ภาพยนตร์สารคดี หนังชนโรง เรื่องนี้ จะพาทุกคนไปเปิดโลกทัศน์ของผู้ที่อยากรู้อยากเห็นและผู้ที่ชื่นชอบวิทยาศาสตร์ค่ะ

หลังจากที่ได้สร้างผลงานภาพยนตร์สารคดี “Encounters at the End of the World” ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Academy Award และภาพยนตร์สารคดี “Into the Inferno” ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy Award ก่อนหน้านี้ ล่าสุดสองผู้กำกับ Werner Herzog และ Clive Oppenheimer ก็ได้สร้างผลงานภาพยนตร์ สารคดี Documentary เรื่องใหม่ “Fireball: Visitors From Darker Worlds” ที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสสุดยอดการเดินทางเพื่อค้นพบว่าปรากฎการณ์ดาวตก อุกกาบาต และการพุ่งชนจากวัตถุนอกโลกนั้นมีผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติอย่างไร โดยเน้นไปที่จินตนาการเกี่ยวกับอาณาจักรอื่นและโลกใบอื่น รวมถึงอดีตและอนาคตของมนุษยชาติ

Fireball-Visitors-from-Darker-Worlds (2020)

สารคดีเรื่องนี้เป็นการต่อยอดมาจากโปรเจกต์ของ ไคล์ฟ ออพเพนไฮเมอร์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ร่วมมือกับ ไซม่อน คลาฟเฟอร์ นักประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ไม่กี่คนบนโลก และถูกนำมาเรียบเรียงเนื้อหาด้วยนักทำสารคดีมือฉมังชาวเยอรมันอย่าง แวร์เนอร์ แฮร์โซก เริ่มต้นที่เมืองเมริดา ประเทศเม็กซิโก ในงานประเพณี “วันแห่งผู้ล่วงลับ” สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของหายนะที่เคยเกิดขึ้นกับดาวเคราะห์โลกในอดีต เมื่อดาวเคราะห์น้อยทั้งดวงเคยพุ่งชนในพื้นที่นี้เมื่อหลายล้านปีก่อนที่มนุษย์จะถือกำเนิด พิธีบูชาลูกไฟของชนพื้นเมืองจึงเป็นเหมือนการจำลองเหตุการณ์ ซึ่งเป็นพิธีกรรมของชาวมายาโบราณและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน สถานที่ต่อไป สารคดีพาไปที่หลุมอุกกาบาตวูล์ฟครีก รัฐเวสเทิร์น ประเทศออสเตรเลีย นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบหลุมขนาดใหญ่นี้ในปี 1947 เมื่อมนุษย์สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถบินสูงเหนือผืนดินได้ ทำให้วิเคราะห์ได้ว่าอุกกาบาตลูกใหญ่ที่พุ่งชนโลกสามารถเปลี่ยนภูมิเทศโดยรอบได้ พร้อมกับมีผลต่อวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนได้จากงานศิลปะของศิลปินในบริเวณนั้น แม้อุกกาบาตจะตกลงกว่าแสนปีก่อน แต่ก็ยังมีเรื่องเล่าจากบรรพบุรุษที่ต่อยอดให้กลายเป็นไอเดียในภาพวาดที่บอกเล่าถึงต้นกำเนิดของหลุมนั้น 

Fireball-Visitors-from-Darker-Worlds

ว่ากันว่ามีชายคนหนึ่งไปพบกับบ่อน้ำแห่งหนึ่ง เขาสามารถเดินทะลุโพรงใต้น้ำแล้วโผล่ขึ้นอีกด้านโดยที่ตัวไม่เปียกน้ำ บ่อน้ำนั้นเกิดขึ้นจากงูสีรุ้งเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือวัฒนธรรมของศาสนาอิสลาม ที่ว่าด้วยพระเจ้าส่งหินก้อนหนึ่งลงมาจากสวรรค์เพื่อนำทางอดัมกับอีฟไปสู่จุดที่สร้างแท่นบูชา ตรงจุดที่อุกกาบาตตกลงมานั้นปัจจุบันได้กลายเป็นนครมักกะห์อันศักดิ์สิทธิ์ ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีแท่นกะอ์บะห์ตั้งอยู่ตรงกลางเมือง พร้อมกับมีหินสีดำที่ฝังอยู่ในแท่นนั้น หินนี้เป็นที่เคารพบูชามาตั้งแต่ก่อนที่พระโมฮัมหมัดจะก่อตั้งศาสนาอิสลามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำหินสีดำไปวิเคราะห์แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยืนยันว่าหินสีดำนั้นคืออุกกาบาต ทุกปีจะมีชาวมุสลิมกว่าพันล้านคนแห่แหนมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อได้สัมผัสและจูบหินศักดิ์สิทธิ์นี้สักครั้ง นี่เป็นเพียงตัวอย่างอันเล็กน้อยของสารคดีชุดนี้ที่ต้องการจะบอกเล่าความสำคัญของอุกกาบาตที่ฝังลึกเข้าไปในวัฒนธรรมมนุษย์ จนกลายเป็นความเชื่อ ประเพณี งานศิลปะ และวิถีชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน

รีวิวหนัง สำหรับ Herzog ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ให้เกียรติและประทับใจมาก และอาจมากกว่าที่จะเข้าใจ เขาตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์กับโลกธรรมชาติมานานแล้วในนิยายและภาพยนตร์สารคดีของเขา คราวนี้เขาเชื่อมโยงความหลงใหลนั้นกับเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เปล่งออกมาจากนอกดวงดาว แต่ความหลงใหลในความสุขของเขายังคงเหมือนเดิม นอกเหนือจากการแสดงสถานที่สำคัญที่มีอุกกาบาตหลายชนิดส่งผลกระทบแล้ว สารคดียังแสดงให้เราเห็นวิสัยทัศน์ของนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากจากทั่วโลก หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ผู้ประสานงานการป้องกันดาวเคราะห์ของ NASA ที่เล่าถึงแผนการที่เป็นไปได้ในกรณีที่อุกกาบาตขนาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อโลก แผนโดยทั่วไปคล้ายกับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง Armageddon ใช้ประโยชน์จากอาวุธนิวเคลียร์