Miss India | มิสอินเดีย (2020)

Miss-India (2020)

Miss India | มิสอินเดีย (2020)

ถ้าเรื่องราวในปีที่ผ่านมามันหนักจนรู้สึกว่าพลังงานชีวิตถูกกลืนกินไปจนแทบไม่เหลือ วันนี้ เว็บดูหนัง ขอชวนทุกคนมาเติมพลังและหาแรงบันดาลใจดีๆ กับหนังคุณภาพ ที่จะทำให้เรามีไฟในการใช้ชีวิตอีกครั้งค่ะ กับภาพยนตร์อินเดียเรื่อง Miss India

Miss India ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama กำกับภาพยนตร์โดย นาเรนดรา นาธ โดยหนังเปิดเรื่องมาที่ สัมยุกตา เด็กสาวน่ารักหลักแหลมเธอเติบโตมาในครอบครัวและอบอุ่น ประกอบไปด้วยพ่อแม่พี่ชายพี่สาวและปู่ ซึ่งปูก็เป็นคนที่สัมยุกตาสนิทด้วยมากที่สุด เวลาที่เจ็บป่วยก็มักจะให้ ปู่ชงชาสูตรพิเศษให้ดื่ม เธอภูมิใจมากที่ปู่ชงชาเก่งขนาดนี้ ถึงขั้นสัญญากับปู่ว่าเธอจะทำให้ทั้งโลกได้รับรู้ความเก่งของปู่ 

Miss-India (2020)

ทางด้านพ่อของสัมยุกตาก็เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีแถมยังเลี้ยงลูกแบบไม่ยึดติดกับประเพณีค่านิยม แม้ว่าลูกๆ จะเรียนอันดับต้นต้นโดยเฉพาะสัมยุกตาที่ได้อันดับหนึ่งมาโดยตลอด ซึ่งพ่อก็ได้ชมเชยลูกๆ แต่ก็สอนด้วยว่าสิ่งสำคัญมากกว่าคะแนนและผลการเรียนก็คือความฝันที่จะเป็นเป้าหมายในชีวิตก็อยาก จะทำอะไรชอบทำอะไร ซึ่งคำสอนของพ่อ สัมยุกตามีอิสระในอนาคตของเธอมากๆโดยเธอฝันอยากจะเรียนให้จบปริญญาโท จากนั้นก็ทำธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่นอกจากพ่อของเธอแล้ว ก็ไม่มีใครเห็นด้วยสัมยุกตา พวกญาติของเธอก็มักจะบอกว่าธุรกิจมันเป็นเรื่องของผู้ชาย ส่วนแม่ของสัมยุกตาเป็นเหมือนหญิงสาวคนอื่นคือเรียนให้จบแล้วก็แต่งงานกับคนที่ดีคนที่พ่อแม่เลือกให้ หลายปีต่อมาสัมยุกตาได้เรียนจบปริญญาและกลับมาบ้าน พวกเขาดีใจมากที่ได้เจอกันพร้อมหน้าอีกครั้งยกเว้นแต่พ่อที่จำหน้าลูกสาวตัวเองไม่ได้ ในตอนแรกสัมยุกตาก็คิดว่าพ่อแกล้งเธอ แต่หลังจากนั้นพ่อก็ป่วยกระทันหันจากการตรวจและวินิจฉัยของหมอก็บอกว่า พ่อของเธอป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ขั้นที่ห้า ซึ่งหมอสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากความเครียดในการทำงาน หมอจึงแนะนำคุณพ่อควรลาออกทันที หลังจากนั้นปู่ของสัมยุกตาก็เศร้าและสงสารลูกชายมากๆเนื่องจากท่านรู้ดีว่า พ่อของสัมยุกตานั้นแบกความเครียดและแรงกดดันมากแค่ไหน 

Miss-India

ซึ่งปู่ของเธอก็เล่าให้ฟังว่า พ่อของหลานเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก เค้าจึงต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ามาทำงานบ้านแล้วก็เดินไปโรงเรียนเอง เค้าตั้งใจเรียนและขยันทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ แต่สุดท้ายเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้นว่าสิ่งที่เขาต่อสู้มาโดยตลอดวันนึงทำให้เค้าเป็นโรคนี้ ด้วยการที่พ่อของสัมยุกตาและพี่ชายอาร์จุยเป็นหัวหลังของบ้านนี้ เลยมีปัญหาทางด้านการเงินและทั้งสองคนยังต้องเรียนต่อ ซึ่งหลังจากนั้นสัมยุกตาก็ได้ไปช่วยงานที่คลินิกของปู่และชงชาให้ผู้ที่เข้ามารับการรักษา และหลังจากนั้นพวกเขาก็มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายข่าวดีก็คืออาร์จุย (พี่ชาย) ก็ได้เรียนจบและมีบริษัทที่อเมริกามาทาบทามให้ไปทำงานด้วย ส่วนข่าวร้ายปู่ไม่ยอมย้ายไปที่อเมริกากับครอบครัว เพราะปู่ไม่สบายใจที่จะย้ายไปต่างประเทศ พวกเขาจึงต้องยอมปล่อยให้ปู่อยู่ที่นี่ เพราะเห็นว่าความเป็นอยู่ที่ดีกว่าพ่อของสัมยุกตาจะได้รักษาที่ดีกว่านี้ ส่วนสัมยุกตาจะได้เรียนปริญญาโทและทำงานที่นั่นด้วยเช่นกัน ด้วยความรักและความที่เธออยากอยู่กับปู่เธอจึงตัดสินใจอยู่กับปู่ แม้ว่าเธอจะอยากไปมากก็ตาม คุณปู่ก็ได้เสียด้วยโรคชราอย่างกระทันหันจึงทำให้เธอต้องย้ายไปที่อเมริกา พอไปถึงสัมยุกตาได้ไปมหาลัย และถามเพื่อนของเธอว่าแถวนี้มีร้านชาไหม เพื่อนของเธอตอบว่าส่วนมากที่นี่มีแต่ร้านกาแฟ คนอเมริกากินกาแฟเป็นหลัก สัมยุกตาได้ปรับตัวและเรียนที่อเมริกาจนจบ เธออยากจะทำตามความฝันของเธอแต่ด้วยการที่พี่ของเธอบังคับให้ไปทำงานเธอจึงจำใจจะต้องทำ เธอทำงานได้อย่างดีแต่เธอกลับไม่มีความสุขในการทำงาน

ไม่ว่าชายหรือหญิง ทุกคนต่างก็มีความฝันมีสิ่งที่อยากทำ และความต้องการใช้ชีวิตที่เลือกเอง ดังนั้นเราจึงไม่ควรให้ประเพณีหรือค่านิยมทางสังคม มาทำให้ผู้หญิงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ อย่างเช่นการที่ผู้หญิงต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกและต้องทำงานบ้าน ถือว่าเป็น หนังอินเดีย ที่ปลุกไฟและให้แรงบันดาลใจได้ดีทีเดียวค่ะ