Reply 1994 | คิดถึงเธอ 1994 (2013)

Reply-1994

Reply 1994 | คิดถึงเธอ 1994 (2013)

หลังประสบความสำเร็จชนิดเกินคาดจากซีรีส์เรื่อง  “Reply 1997” ในที่สุด ช่องเคเบิ้ลทีวีเอ็น ก็พาเราย้อนกลับไปในยุค 90 อีกครั้งกับละครเรื่อง Reply 1994 คิดถึงเธอ โดยใช้ผู้กำกับและผู้เขียนบทคนเดิมแต่สร้างพล็อตเรื่องและตัวละครขึ้นมาใหม่ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง พูดมาขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆที่อยากดูซีรีส์เต็มๆ สามารถเข้าไปดูได้ใน เว็บดูหนัง ค่ะ

ซีรีส์เกาหลี “Reply 1994 คิดถึงเธอ” เป็นภาพยนตร์แนว ตลก Comedy จะพาเราย้อนกลับไปดูชีวิตวัยรุ่นในกรุงโซลเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งเป็นยุคที่เพจเจอร์คือ อุปกรณ์สื่อสารอันทันสมัยและอินเทรนด์ที่สุด โดยเล่าเรื่องราวของ 6 นักศึกษา อายุ 20 ปี ที่ต้องจากอ้อมอกพ่อแม่เพื่อเข้ามาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในกรุงโซล (5 ใน 6 คนเป็นเด็กภูธรที่มาจากหลากหลายภูมิภาค แต่ละคนจึงมีสำเนียงพูดที่แตกต่างกัน)  ทั้ง 6 คนเข้าพักในหอพักย่านชินชอนที่ครอบครัว “ซอง นาจอง” เพิ่งซื้อกิจการมาหมาดๆ    (เป็นบ้านที่แบ่งพื้นที่บางส่วนให้นักศึกษาเช่าพักและมีอาหารบริการ) 

Reply-1994

นอกจากบทเรียนในตำราแล้ว เหล่านักศึกษาภูธรเหล่านี้ยังต้องปรับตัวและเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในแดนศิวิไลซ์ ท่ามกลางกระแสคลั่งไคล้กีฬาบาสเกตบอล และบอยแบนด์ “ซอ แทจี แอนด์ บอยส์” ตลอดจนกระแสสังคมและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 1994 (พ.ศ. 2537) ละครเปิดฉากขึ้นยามค่ำคืนที่กรุงโซล ในเดือนตุลาคม ปี 2013 “ซอง นาจอง” ตั้งหน้าตั้งตาค้นหาของบางอย่างในกล่อง หลังเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ทเมนท์ (คอนโด) แห่งใหม่หมาดๆ  “โจ ยูนจิน” เพื่อนสนิทของนาจองเห็นสมุดภาพนักบาสชื่อดังสมัยเมื่อ 19 ปีก่อน วางอยู่บนชั้นหนังสือ จึงหยิบขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกทึ่งเพราะนึกไม่ถึงว่านาจองจะยังคงเก็บเอาไว้ นาจองรีบบอกเพื่อนให้เปิดดูอย่างทะนุถนอม เพราะนั่นคือของรักของหวงของครอบครัวเธอ (ทั้งคู่คุยกันด้วยสำเนียงท้องถิ่นของตน) ในที่สุด นาจองก็หาของที่ต้องการเจอ ปรากฏว่าสิ่งที่เธอควานหาคือ “ม้วนวิดีโอ”  ที่บันทึกภาพงานแต่งงานของเธอ)ทันใดนั้น ก็มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งเดินออกมาหยิบของบางอย่างบนโต๊ะ และบอกนาจองว่าจะออกไปธุระข้างนอกสักครู่ นาจองได้แต่มองตามอย่างอ่อนใจที่ไม่อาจทัดทาน หรือห้ามปรามเด็กหนุ่มได้ ระหว่างชั่งใจว่าจะดูวิดีโองานแต่งงานหรือไม่ สามีของนาจองก็โทรฯ เข้ามา 

Reply-1994

นาจองแนะนำเส้นทางเลี่ยงรถติดแบบละเอียดยิบ (พูดสำเนียงโซล)  ทั้งยังฝากสามีซื้อกาแฟตามสไตล์คนเมือง (สั่งลด/เพิ่มส่วนผสมตามต้องการ ซึ่งฟังดูยุ่งยากเกินไปสำหรับสามีเธอ) ทำให้ถูกยูนจินแซวว่า ชาวเมืองมาซาน (จังหวัดคยองซางนัม-โด หรือคยองซางใต้) อย่างนาจองกลายเป็นสาวชาวกรุงเต็มตัวแล้ว  นาจองจึงบอกว่าเธออยู่กรุงโซลมานาน 19 ปี ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตที่นี่ แล้วจะไม่ให้เธอกลายเป็นชาวกรุงได้อย่างไร ยูนจินหันไปดูวิดีโองานแต่งงานของนาจอง  (ยูนจินเป็นคนถ่ายวิดีโอเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ปี 2002)  แล้วบอกว่าถ้าเทียบกับในวิดีโอแล้ว ตอนนี้นาจองเป็นชาวโซลขนานแท้ไปแล้วจริงๆ นาจองเห็นภาพตัวเองสวมชุดเจ้าสาวโดยมีมงกุฏนางงามอันใหญ่อยู่บนหัวก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองทำไปได้ ในวิดีโอมีเสียงยูนจินแซวนาจองให้รีบหนีก่อนที่จะสูญเสียอิสรภาพ นาจองเหน็บเพื่อนว่าตัวเองมีชีวิตคู่ที่แฮปปี้แต่กลับยุให้คนอื่นแก่เฒ่าตามลำพังยูนจินให้เหตุผลว่าหลังแต่งงานนาจองจะอดตามไปเชียร์ “ลี ซังมิน” (นักบาสฯ ชื่อดังของเกาหลีในยุคนั้น) ที่เมืองชอนจู  นาจองในชุดเจ้าสาวแย้งว่า สามีเธอสัญญาว่าจะให้ตามไปเชียร์ในช่วงวันหยุด ยูนจินโวยลั่นว่าอย่าเชื่อคำมั่นที่ผู้ชายให้ไว้ก่อนแต่งงาน นาจองยิ้มและบอกให้ยูนจินถามเจ้าบ่าวเอาเอง ยูนจินจึงหันกล้องไปทางเจ้าบ่าว แต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าภาพก็ถูกตัดไปเสียก่อนสุดท้ายใครคือเจ้าบ่าวตัวจริงต้องไปดูกัน

เป็น ซีรีส์ อีกเรื่องที่เราดูกี่ครั้งก็ประทับใจมาก มันดูละมุน อบอุ่นใจ อิ่มเอมใจอย่างมากกับเนื้อหาของเรื่อง ที่ทำให้เห็นถึงความรักของครอบครัว หรือความรักจากเพื่อนที่ดูแน่นแฟ้นอย่างมาก ที่อยู่ในทุกช่วงของชีวิต เราบอกได้เลยว่า ใครที่ยังไม่ดู ถือว่าพลาดจริงๆ ซีรีส์เรื่องนี้ เรื่องความฟีลกู๊ด เราให้เต็มสิบเลยค่ะ