Scream | หวีดสุดขีด (2022)

Scream (2022)

Scream | หวีดสุดขีด (2022)

เมื่อปี 1996 โลกได้รู้จักกับหนังภาคแรกของหน้ากากผีที่ถูกจดจำมาจนทุกวันนี้ หนังมีภาคต่อที่ตามติดมาเพราะความโด่งดังของมัน รวมแล้วเป็น 4 ภาค (หาดูได้ใน เว็บหนังHD ) ก่อนจะเงียบหายไป ผ่านมาถึงปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 26 ปีเข้าไปแล้ว หนังก็ได้สร้างภาคต่อขึ้นมา และเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ เนฟ แคมป์เบล (ซิดนีย์ เพรสคอต), คอร์ทนีย์ ค็อกซ์ (เกล เวธเทอร์ส) และเดวิด อาร์เควต (ดิวอี้ ไรลีย์) ในบทบาทสร้างชื่อเสียงให้พวกเขา Scream หวีดสุดขีด

Scream ภาพยนตร์แนว ระทึกขวัญ Thriller กำกับภาพยนตร์โดย แมตต์ เบตติเนลลี่-โอลพิน และ ไทเลอร์ กิลเลตต์ เป็นเรื่องราว 25 ปี หลังจากที่เกิดการฆาตกรรมโหดร้ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สุดช็อคที่เกิดขึ้นในเมืองเงียบ ๆ ที่ชื่อว่า วูดส์โบโร ปัจจุบัน มีนักฆ่ารายใหม่ที่สวมหน้ากากโกสต์เฟซปิดบังใบหน้า และเริ่มออกไล่ล่ากลุ่มวัยรุ่นที่รื้อฟื้นความลับของเมืองในอดีต

Scream (2022)

เรื่องราวต่อเนื่องหลังเหตุฆาตกรรมโหดร้ายอันโด่งดัง ณ เมืองวูดส์โบโร (Woodsboro) ในครั้งนี้ ‘ไอ้หน้าผี’ (Ghostface) รายใหม่กลับมาไล่เชือดคนอีกครั้ง การตามไล่ล่าโฉมหน้าที่แท้จริงของฆาตกรจึงเริ่มขึ้น และพบว่าการกลับมาของไอ้หน้าผีนั้นเกี่ยวพันกับเหตุฆาตกรรมเมื่อ 25 ปีก่อน ทำให้ 3 เพื่อนผู้รอดตายจากไอ้หน้าผีในครั้งก่อนทั้ง ‘ซิดนีย์ เพรสก็อต’ (Neve Campbell), ‘ดิวอี ไรลีย์’ (David Arquette) และ ‘เกล เวเธอร์ส’ (Courteney Cox) ต้องกลับมาร่วมกันไล่ล่าไอ้หน้าผี และรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตที่สืบทอดและเชื่อมโยงมาถึงปัจจุบันอีกด้วย  และหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายก็คือ ‘ทารา’ (Jenna Ortega) น้องสาวของ ‘แซม’ (Mikey Madison) ที่หนีออกไปจากเมืองด้วยเหตุผลบางอย่าง จนเมื่อเธอกลับมา แก๊งเพื่อน ๆ ของทาราจึงเริ่มสงสัยกันเองว่าใครกันแน่ที่เป็นฆาตกร แซมเลยไปขอความช่วยเหลือจาก ‘ดิวอี ไรลีย์’ (David Arquette), ‘เกล เวเธอร์ส’ (Courteney Cox) และแม่บ้านเต็มเวลา อย่าง ‘ซิดนีย์ เพรสก็อต’ (Neve Campbell) เหล่าตัวพ่อตัวแม่ที่เคยกระชากหน้ากาก Ghostface มาแล้ว 4 ภาค เพื่อกลับมากระซวกไอ้หน้าผีอีกครั้งให้จงได้ ก่อนที่มันจะออกไปกระซวกชาวบ้านชาวเมืองไปมากกว่านี้

Scream

เป็นหนังภาคต่อของ Scream หวีดสุดขีด ที่เพอร์เฟคมากสำหรับเรา เพราะตอนแรกที่หนังด้ปล่อยตัวอย่างมาให้เราได้ดู เราก็คิดว่าคงหมดมุก ไม่มีอะไรเล่นแล้วแหละ แต่ที่ไหนได้พีคสุดๆไปเลย ในหนังเราจะได้เห็นความโหดของเจ้าฆาตกร ที่สวมหน้ากาก GhostFace ที่ดิบ และ เถื่อน พอตัวเลยทีเดียว นอกจากนั้นหนังก็ยังคงความคลาสสิคเอาไว้ในเรื่องของการ แซะหนังสยองขวัญเรื่องอื่น หรือแม้กระทั่งหนังตัวเองได้แบบแสบสัน ที่คนดูต้องมีแอบยิ้มกันบ้างแหละ และการที่เราได้เห็นตัวนักแสดงรุ่นเก่าอย่าง เนฟ แคมป์เบล, คอร์ทนีย์ ค็อกซ์ และเดวิด อาร์เควต กลับมาวาดลวดลายภายในหนังภาคนี้ ก็ทำให้หายคิดถึงกันไปเลย ส่วนเอกลักษณ์สำคัญของหนังในเรื่องของการหักมุมก็ยังคงจัดจ้านเหมือนเดิม คาคเดาไม่ถูกเลย ต้องรอหนังเฉลยอย่างเดียว สมแล้วที่จะเป็นหนังภาคต่อของหนังชุดในตำนานที่ไม่ควรพลาด แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 10 ปี แต่ตัวเอกก็ยังเอาอยู่สามารถเล่นมุกโชว์เกรียน รวมไปถึงฉากแอ๊คชั่นได้อย่างน่าสนใจ ในส่วนของฉากการฆาตกรรม ยังคงเสนอความตรงไปตรงมาแม้จะไม่มีฉากหวือหวาแต่ก็ได้ลุ้นว่าเหยื่อจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าคอหนังยุค 90 คงจะไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง 

ถือว่าหนังสยองขวัญในตำนานกลับมาได้อย่างเพอร์เฟค ทั้งโหดทั้งฮาในเรื่องเดียวกัน ชอบในความหักมุมของหนัง และการจิกกัดหนังสยองขวัญเรื่องอื่นได้แบบสุดฮา ถ้าคุณเป็นเหล่าแฟนตัวยกของ หนังออนไลน์ GhostFace จะหลงรักภาคต่อนี้อย่างแน่นอน