The Darkest Hour | มหันตภัยมืดถล่มโลก (2011)

The-Darkest-Hour

The Darkest Hour | มหันตภัยมืดถล่มโลก (2011)

ในทีแรกหลังจากที่เราได้เห็นตัวอย่างหนังจาก เว็บหนังHD ก็ต้องยอมรับว่า เป็นหนังเอเลี่ยนอีกเรื่องที่น่าสนใจและน่าดูมาก แต่เมื่อหลังจากเห็นคำวิจารณ์ของหนัง ทั้งจากเมืองนอก และ เมืองไทย ก็เริ่มลดความหวังและเกือบจะไม่ดูแล้วเชียว แต่เพราะเหตุผลที่ไม่สามารถอธิบาย เราเลยลองเสี่ยงดูเรื่องนี้ ถ้าเพื่อนๆอยากรู้ว่าหนังเรื่องนี้จะสนุกมั้ย เราไปอ่านกันเลยค่ะ

The Darkest Hour ภาพยนตร์แนว ไซไฟ Sci-Fi เป็น พร้อมด้วยสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ที่น่าตื่นเต้นจากจินตนาการของผู้สร้างภาพยนตร์ ทีเมอร์ เบ็คแมมบิทอฟ (Wanted, Night Watch) และผู้กำกับคริส โกแร็ค (Right At Your Door)

The-Darkest-Hour (2011)

           การมาถึงที่หมายท่ามกลางพายุสายฟ้าอันลึกลับ นักลงทุนหนุ่มด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ฌอน (อีมิล เฮิร์ช) และเบ็น (แม็กซ์ มิงเฮลล่า) ที่มาเมืองหลวงของประเทศรัสเซียอันกว้างใหญ่เพื่อประกอบธุรกิจในฝันของพวกเขาที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสากลที่เต็มไปด้วยแหล่งเงินแห่งใหม่ แต่ทำธุรกิจอย่างไม่ถูกหลัก ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างนาตาลี (โอลิเวีย เธิร์ลบี้) และ แอน (ราเชล เทย์เลอร์) ติดอยู่ที่มอสโคว์เนื่องจากมีการหยุดทริปที่ต้องเดินทางไปเนปาลอย่างกะทันหันนอกเหนือหมายกำหนดการ ทางออกที่ดีที่สุดคือการค้นหาการผจญภัยในศูนย์กลางแห่งเที่ยวราตรีของโลก เพื่อนซี้ทั้งคู่ได้พบความน่าดึงดูดใจและเสน่ห์แห่ง Zvezda Nightclub ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญระดับโลกและเป็นความงามแห่งมอสโคว์ รวมถึง สกายลาร์ หนุ่มชาวตุรกี (โจเอล คินนาแมน), นักธุรกิจชาวสวีเดนผู้หลอกลวงฌอนและเบ็น เป็นเม็กกะสำหรับวัยรุ่นที่เที่ยวรอบโลก ซูเปอร์โมเดล และนักธุรกิจที่เดินทางมาประชุมที่มอสโคว์ คลับเปลี่ยนไปเป็นฉากอันน่าสะพรึงกลัวอย่างรวดเร็วเมื่อฝูงเอเลี่ยนเข้ายึดพื้นที่และทุกอย่างต้องอยู่ในความมืด

The-Darkest-Hour

           หลังเอาชีวิตรอดจากการถูกโจมตีอย่างลึกลับในช่วงแรก หลายวันต่อมาทั้ง 5 คนถูกกักตัวอยู่ที่มอสโคว์ที่มีเอเลี่ยนมากขึ้น ตอนนี้เมื่อในเมืองไม่มีกระแสไฟและกลายเป็นเมืองร้าง มีแต่ความวุ่นวายจากพลังที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้ ซึ่งประกอบด้วยพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เอเลี่ยนจะปลิดชีพอย่างโหดเหี้ยมด้วยการดูดสลายสิ่งมีชีวิตบนโลก ย่อยสลายส่วนประกอบทุกโมเลกุลอย่างฉับพลัน โดยทั่วไปแล้วมนุษย์จะมองไม่เห็นฝูงเอเลี่ยน ไม่ว่าจะใช้ไฟเท่าไหร่ก็ตาม ตอนนี้ช่วงกลางวันก็มีอันตราย บรรดาผู้รอดชีวิตจึงต้องเดินทางข้ามเมืองที่ปลอดภัยในช่วงค่ำคืน ระหว่างที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่แต่ละคนพบเจอในเหตุการณ์ประหลาดเมื่อทุกอย่างที่คุ้นตาได้หายไป ตลอดการเดินทางข้ามเมืองต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้รอดชีวิตหลายกลุ่มชาวรัสเซีย ที่ช่วยให้พวกเขาเริ่มไขปริศนาสิ่งที่เข้ามารุกล้ำที่แทบจะมองไม่เห็น จุดมุ่งหมายและจุดอ่อนของมัน และที่สำคัญคือจะต่อสู้กับมันอย่างไร

ด้านของตัวละครในหนังเรื่องนี้ ที่เล่นเดินตามบทหนังเชยๆของฮอลลีวู้ดเป๊ะๆ ที่จะมีทั้งตัวละครที่พยายามทำเป็นฮีโร่ , ตัวละครที่ปูบทให้ดูเหมือนเป็นตัวละครที่คนดูต้องเอาใจช่วยมากที่สุด และเหล่าตัวละครที่ทำตัวน่ารำคาญ และ โง่เขลา ทั้งหลาย ที่ไม่ต่างกับพวกเหล่าตัวละครเด็กวัยรุ่นที่ชอบเดินไปให้ฆาตรกรเชือดในหนังสยองขวัญของ หนังฮอลลีวู้ด หลายๆเรื่อง แถมยังเต็มไปด้วยบทพูดของหนังที่พยายามจะพูดให้มันดูเท่ และ พยายามให้คนดูสะใจกับการฆ่าเอเลี่ยนได้ ทั้งที่ผู้กำกับหารู้ไม่ว่า บทพูดเหล่านั้น มันทั้งดูเชย และ ตลก มากกว่าจะสะใจ สรุป The Darkest Hour ถือว่าเป็นหนังเอเลี่ยนที่มีข้อดีตรง 20 นาทีแรกของหนังที่ฉากแอ็คชั่นมันส์ + นางเอกสวยมากๆ แต่นอกเหนือจากนั้นดันเป็นข้อเสียไม่ว่าจะเป็นด้านบท ตัวละคร หรือแม้แต่ช่วงหลังๆของหนังที่อืด และน่าเบื่อ