The Last Boy Scout | อึดทะลุเพดานบ้า (1991)

The-Last-Boy-Scout (1991)

The Last Boy Scout | อึดทะลุเพดานบ้า (1991)

สวัสดีค่า วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปอ่านรีวิวหนังจาก เว็บดูหนัง เป็นหนังที่พูดถึงอเมริกันฟุตบอล แต่ไม่ได้เน้นเจาะลึกเกี่ยวกับด้านกีฬาเท่าไรนัก นอกจากด้านมืดของวงการที่มีการแข่งขันนอกรอบที่กดดันตัวผู้เล่นจนนำไปสู่ความรุนแรง(ฆ่าตัวตาย)เพราะต่างคนต่างอยากให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ แน่นอนย่อมไม่พ้นเรื่องการพนันที่อยากให้ชนะต้องชนะ แพ้ต้องแพ้ เพื่อเงินเข้ากระเป๋าที่มากมายมหาศาล แล้วตัวผู้เล่นจะทุ่มเทเข้าสนามไปเพื่ออะไรหากไม่ได้ทำตามที่ใจต้องการ ในทางกลับกันจะเล่นตามใจตัวเองก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะชื่อเสียงเงินทองก็ล้วนแบ่งมาจากส่วนนี้ทั้งสิ้น สำหรับคนที่จริงจังในกีฬาคงเป็นเรื่องน่าวิตก

The Last Boy Scout หรือชื่อไทย อึดทะลุเพดานบ้า เป็นหนังแนว แอคชั่น Action การเปิดเรื่องด้วยอารมณ์ที่สนุกสนานชวนตื่นเต้นด้วยเพลงและกองเชียร์ก่อนเปิดสนามทำให้เห็นเรื่องราวในเชิงบวก ทว่าไม่กี่นาทีหลังจากนั้นในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลต้องจบลงด้วยปืนของผู้เล่นที่ยิงฆ่าตัวตายกลางสนามแข่งท่ามกลางคนดู แรงกดดันที่ไม่อาจรับได้ไหวนำไปสู่การจบชีวิตที่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ประเด็นเบื้องหลังวงการกีฬาทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจเพราะกำลังพูดถึงผู้มีอิทธิพลที่แสวงหากำไรด้วยวิธีผิดกฎหมาย 

The-Last-Boy-Scout (1991)

กระนั้นประเด็นวงการกีฬาไม่ได้รับการคลี่คลายเท่าที่ควรและจบลงแบบผู้ร้ายหนังแอ็คชั่นตามสูตร แม้จะพอมีพลิกแพลงอยู่บ้างก็ต้องยอมรับว่าหลายช่วงค่อนข้างช้าและขาดความน่าดึงดูด สิ่งที่ประคับประคองคือฉากแอ็คชั่น ซึ่งมีไม่มากแต่ถึงอารมณ์ ทั้งจังหวะทั้งการติดต่อทำได้รวดเร็ว ยิ่งไคล์แม็กซ์จัดเต็มความมันส์พอสมควร แต่มันส์ในที่นี่ไม่ได้ยิงกันหูดับตับไหม้หรือระเบิดระเบ้อ อันที่จริงฉากแอ็คชั่นค่อนข้างพื้นๆด้วยซ้ำ แค่ต่างกันที่จะเล่ายังไงให้ตื่นเต้นโดยไม่จำเป็นต้องโม้เกินจริงหรือลงทุนให้วินาศสันตะโร ด้วยความที่พยายามเน้นดำเนินเรื่องอย่างละเอียดจนรู้สึกเป็นสไตล์ทริลเลอร์เน้นสถานการณ์มากกว่าแอ็คชั่นยิงไล่ผู้ร้าย เมื่อมองกลับมาที่เนื้อเรื่องจะพบทิศทางเนื้อเรื่องไปทางสืบสวนเสียมากกว่า โดยเรื่องราวจะพูดถึงโจ ฮัลเลนแบค (Bruce Willis) อดีตตำรวจที่ผันตัวเองมาเป็นนักสืบ และได้รับงานให้มาติดตามคอรี่ (Halle Berry) หญิงสาวที่มีความลับบางอย่างเก็บงำเอาไว้ แต่ไม่ทันไรเกิดเรื่องกับคอรี่ให้ต้องจบชีวิต ทำให้จิมมี่ ดิกซ์ (Damon Wayans) แฟนหนุ่มของคอรี่ต้องมาถามหาความจริงก่อนที่ทุกอย่างจะเชื่อมโยงถึงเบื้องหลังธุรกิจมืดที่พวกเขาต้องยับยั้งโดยเร็ว

The-Last-Boy-Scout

โดยส่วนตัวชอบแบบครึ่งๆ ไม่ถึงกับแอ็คชั่นมากหรือน้อยเกินไป แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคนถ้าคิดว่า Bruce Willis เล่นแล้วจะต้องเป็นหนังแอ็คชั่นมันส์ๆ คำตอบคือไม่ใช่ แม้บทจะเป็นตำรวจไล่จับผู้ร้าย แต่ไม่มีความใกล้เคียงหนังจำพวก Die Hard เลยสักนิด ยิ่งคาแรกเตอร์รู้สึกได้เลยว่าไปคนละทาง มีความเฉื่อยชาไม่แคร์ใครทั้งนั้น พอเอาจริงแทบจะกลายเป็นอีกคนเหมือนยอมๆเพื่อปล่อยหมัดเด็ดทีเดียวจอด ส่วนอีกคนที่เล่นประกบคู่คือ Damon Wayans ที่มาในมาดคาแรกเตอร์ขายมุขตลก แต่เอาเข้าจริงไม่ค่อยมีเรื่องขำๆและค่อนข้างจริงจังกว่าด้วยซ้ำ ในเรื่องเป็นคู่หู่สถานการณ์จำเป็น เดี๋ยวเข้ากันได้เดี๋ยวเข้ากันไม่ได้ ตามสูตรหนังตำรวจคู่หู่(แต่อีกคนไม่ใช่ตำรวจ) ถือว่าสนุกพอเพลินเพราะบทส่งต่อกันได้ดี แต่คนที่ขโมยซีนอยู่บ่อยๆคือ Danielle Harris หนูน้อยในบทลูกสาวของโจที่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวที่ใกล้จะแยกจากกัน แน่นอนว่าเป็นตัวช่วยพลิกสถานการณ์น่าสิ่วน่าขวานอีกด้วย

พูดแบบไม่อ้อมค้อมเลยก็ต้องบอกว่า หนังต่างประเทศ เรื่องนี้ ดูเอาสนุกได้ค่ะ เอามันส์ได้พอดู ซึ่งก็ไว้ใจฝีมือการเขียนบทของ Shane Black แห่ง Lethal Weapon ได้ และเขาก็ได้รับการบันทึกว่าเป็นคนเขียนบทคนแรกที่สามารถขายบทหนังของตนไปในราคา 1 ล้านเหรียญเลยนะคะ แล้วก็ได้ผู้กำกับ Tony Scott มาทำ ซึ่งชื่อนี้ก็ค่อนข้างรับประกันได้บ้างล่ะ ว่าหนังมันคงไม่น่าเบื่อแน่ๆ ยิ่งไปแนวแอ๊คชั่นคู่หูพิมพ์นิยมแบบนี้ ยังไงก็ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานแหงมๆ ซึ่งกับเรื่องนี้มันก็สนุกค่ะ มันส์ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้มันส์ลุ้นแบบต่อเนื่องสุดยอดอะไร พวกลูกเล่น มุขฮาต่างๆ ยังไม่ถึงเครื่องครับ แต่หนังมันจะไปโอเคตรงการแสดง ตรงบทแล้วก็แอ๊คชั่น กล่าวคือองค์ประกอบมันดีค่ะ แต่พอดูจบแล้วก็จบกัน ไม่ได้ชวนดูซ้ำ