The Power Of The Dog (2021)

The-Power-Of-The-Dog (2021)

The Power Of The Dog (2021)

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมา รีวิว หนังชนโรง เรื่อง The Power of the Dog ชื่ออาจจะดูเป็นหนังที่ดุเดือด แต่จริง ๆ แล้วกลับกลายเป็นผลงานอันขมขื่น เป็นหนังที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ่งภายใต้มิติอารมณ์ขอตัวละคร เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เราไปอ่านกันต่อเลยค่ะ

The Power of the Dog ภาพยนตร์ดราม่า คาวบอย Cowboy ตะวันตก ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ โทมัส ซาเวจ กำกับโดยผู้กำกับออสการ์หญิง เจน แคมเปียน เรื่องราวของ ฟิล เบอร์แบงก์ เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความกลัวและเกรงกลัวต่อคนรอบข้าง เมื่อพี่ชายของเขาพาภรรยาใหม่และลูกชายกลับบ้าน ฟิลก็ทรมานพวกเขาจนกระทั่งเขาพบว่าตัวเองกำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ของความรัก

The-Power-Of-The-Dog (2021)

ฟิล คาวบอยชายผู้อยู่กันสองคนพี่น้องกับ จอร์จ คอยปกครองไร่ขนาดใหญ่ที่ห่างจากเมืองหลวงและมีฐานะมั่งคั่งในมอนทาน่ายุค 1925 ผู้ทั้งปากร้าย เย่อหยิ่ง ใจทราม เหยียดเพศและเชื่อมั่นในความเป็นชายอย่างเต็มตัว และไม่ยอมให้หญิงคนใดเข้ามายุ่งกับครอบครัว กระทั่งจอร์จ ผู้เป็นน้องชายได้พาโรส แม่ม่ายพร้อมลูกชายประหลาดอย่าง ปีเตอร์ เข้ามาในบ้าน หนุ่มชาวไร่จอมบงการมากบารมีคนนี้เปิดฉากคุกคามภรรยาใหม่ เขาเริ่มใช้ความอคติและเกลียดชังทำร้ายสองแม่ลูก จนทำให้ชีวิตของพวกเขานั้นจมดิ่งอยู่กับอำนาจของเขา จนกระทั่งวันหนึ่งความลับที่ปิดบังของฟิลเกิดได้รับการเปิดเผยโดย ปีเตอร์ ผู้ที่มีท่าทางตุ้งติ้ง ความสัมพันธ์ต่างวัยของชายสองคนที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจกับประสานเข้าหากัน และเกิดเป็นความปรารถนาที่แอบซ่อนความดำมืดในใจจนอาจทำให้อำนาจที่เขามีนั้นถูกเปลี่ยนผ่าน จากผู้กดขี่อาจกลายเป็นผู้ถูกกดขี่และผู้มีอำนาจที่แท้จริงอาจจะได้ชื่อว่ามีฤทธิ์ของสุนัขที่พร้อมจะแลกทุกอย่าง จนอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดถึง

The-Power-Of-The-Dog

เรื่องราวถูกบอกเล่าเป็นองค์ต่าง ๆ เหมือนซีรีส์ตอน ๆ ตลอดสองชั่วโมง แต่ละช่วงจะมีประเด็นที่แตกต่างแต่เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ผ่านตัวละครหลักสี่ตัว ผ่านอารมณ์อันหน่วง ๆ อึน ๆ เรื่อย ๆ ค่อย ๆ ปูนิสัยใจคอของตัวละครที่เหมือนจะชัดเจน แต่แท้จริงแล้วล้วนมีปมส่วนตัวมากมายที่ผลักดันให้ตัวละครมีบทบาทและการกระทำที่คาดเดาไม่ถึง แต่หนังจะค่อนข้างใช้สัญญะในการเล่าค่อนข้างเยอะ และคุณอาจจะไม่ค่อยพบว่าพล็อตเรื่องน่าสนใจเท่าไหร่เพราะเป็นดราม่าสะท้อนอารมณ์ของตัวละคร ผสมกับโรแมนติกแบบหน่วง ๆ โดยไม่ต้องมีฉากหวือหวา กระทั่งบทสรุปที่เฉลยทุกอย่างได้อย่างทรงพลังและน่าขนหัวลุก แม้ตอนแรกจะเป็นภาพยนตร์ที่เหมือนจะเป็นไปในทางภาพยนตร์เกย์แบบ Brokeback Mountain แต่หนังกลับเลือกไปในเส้นทางที่หม่นมองกว่าและทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครนั้นมีความน่าสนใจและซับซ้อนกว่าภาพที่หนังแสดง แต่บางตัวละครนั้นก็ไม่ได้มีความสำคัญกับเส้นเรื่องในชวงหลังไปอย่างน่าเสียดาย เพราะหนังอัดแน่นไปด้วยความโกรธ ความรัก ความเกลียดชัง และความเก็บกดที่ตัวละครหลัก ทำไว้ในเรื่องล้วนต้องจำยอมให้เราได้จมดิ่งไปกับตัวละครนี้มากกว่าตัวละครอื่น แต่บทสรุปของเรื่องราวก็คือ ความต้องการและผลการกระทำที่ตัวละครได้ทำกับตัวละครนั้น ๆ แล้วมันก็บอกความหมายสุดท้ายในชื่อเรื่องของหนังได้เป็นอย่างดี

เป็นภาพยนตร์ Netflix คาวบอยรสชาติเข้มข้นและดาร์กแบบไม่ต้องขายความโหดเลือดสาด แต่ใช้ความเป็นตัวละครต่าง ๆ สะท้อนความดำมืดในจิตใจให้ขนลุกมากกว่าและมันก็ได้ผลมาก ประเด็นสำคัญของชายคนหนึ่งที่เก็บซ่อนความลับจนทำลายชีวิตตัวเอง รวมไปถึงอารมณ์ที่ดราม่าแต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อ