The Rocket | บั้งไฟ (2013)

The-Rocket (2013)

The Rocket | บั้งไฟ (2013)

ยังจำหนังออสเตรเลียเรื่อง The Rocket (บั้งไฟ) ที่มีป๋าเทพ หรือเทพ โพธิ์งาม ร่วมแสดง ที่เคยได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเบอร์ลินได้ไหมครับ ตอนนี้หนังได้อีกรางวัลจากเทศกาลหนังไทรเบคคาในนิวยอร์กค่ะ เทศกาลภาพยนตร์ไทรเบคคาประจำปี 2013 ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลประจำปีออกมาแล้วที่ ซึ่งผลปรากฎว่าจากบรรดาภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้เข้าประกวดในเทศกาลนี้ หนังออสเตรเลียเรื่อง The Rocket หรือ “บั้งไฟ” ของผู้กำกับคิม มอร์ดันท์ ได้รับรางวัล Best Narrative Feature หรือรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งหลังจากที่คิดอยู่นานว่าจะดูดีมั้ย เราจึงตัดสินใจหาภาพยนตร์เรื่องนี้ดู ใน เว็บดูหนัง ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้คะแนนจาก IMBd 7.3/10 

The Rocket ภาพยนตร์สัญชาติลาวแนว ดราม่า Drama เรื่องราวของเด็กชายชื่อ อาโล เด็กแฝดที่เกิดมาในหมู่บ้านที่มีความเชื่อว่า ลูกแฝดคือตัวซวย เขากับครอบครัวต้องระหกระเหนออกจากหมู่บ้านไปหาที่อยู่ใหม่เพราะทางการลาวจะสร้างเขื่อน และเมื่อรู้ว่าถ้าแข่งบั้งไฟชนะจะได้เงินรางวัล อาโลที่อยากให้ครอบครัวมีบ้านอยู่และต้องการพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่ตัวซวยจริงๆ จึงได้สร้างบั้งไฟขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมแข่งด้วย

The-Rocket (2013)

คืนหนึ่งบนดอยของประเทศลาว หญิงสาวชื่อ มะลิ กำลังทำคลอดในกระท่อมเล็กๆ ที่เธออาศัยอยู่โดยมี ไตต๊อก แม่สามีคอยช่วยเหลือ เธอเบ่งจนแทบจะหมดแรงจนได้ลูกชายที่สุขภาพแข็งแรง ไม่นานมะลิเริ่มรู้สึกว่าจะมีอีกคนกำลังตามออกมา ซึ่งเป็นลูกสาวแต่ดันไม่รอด ตามตำนานของชนเผ่าเชื่อว่าหากใครให้กำเนิดลูกแฝดแล้วคนใดคนหนึ่งตาย อีกคนจะต้องถูกกำจัดให้ตายตามไปด้วยเพราะถ้าปล่อยไว้ เชื่อว่าเด็กคนนี้ถูกสาปมาให้ชีวิตคนรอบตัวต้องเจอแต่อุปสรรคและความโชคร้าย แต่มะลิขอร้องเธอให้ไว้ชีวิตเด็กเพราะเขาอาจจะเป็นเด็กที่นำความโชคดีมาให้ก็ได้ ไตต๊อกจึงยอมที่จะไม่ฆ่าเด็ก 7 ปีต่อมา เด็กชายผู้รอดชีวิตชื่อ อาโล โตขึ้นมาเป็นเด็กฉลาด ร่าเริง เขาหาเงินด้วยการนำปลาที่จับได้ขายให้แม่ค้าตลาดสด วันหนึ่งมีทางการจะสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในลาวซึ่งจะส่งผลให้หมู่บ้านของอาโลจะจมน้ำในเร็ววัน แต่พวกเขาบอกว่าได้เตรียมบ้านใหม่ที่มีไฟฟ้าใช้ มีความสะดวกสบาย พร้อมกับเงินก้อนโต้ไว้ให้ทุกครอบครัวแล้ว แต่ด้วยความที่ห่างไกลผู้คน พวกเขาจะต้องเดินข้ามเขาเพื่อให้ไปถึงถนนหลักที่มีรถบัสจอดรออยู่ มะลิ ที่เป็นคนรักสวยรักงามและหวงของ

The-Rocket

เธอนำของทุกอย่างใส่ไว้ในเรือแจวและมัดเชือกไว้กับควายให้มันลากขึ้นเขา โดยมี โทมา ผู้เป็นสามี ไตต๊อกและอาโลช่วยเข็นอยู่ข้างหลัง ทุกอย่างเป็นไปด้วยความยากลำบากแต่ก็สามารถผ่านจุดที่ทุลักทุเลมาได้แล้ว ทันใดนั้นก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เชือกที่เชื่อมเรือกับควายดันขาด ทำให้เรือไหลลงสู่เขาอย่างรวดเร็วและพุ่งชนเข้ากับร่างของมะลิจนเสียชีวิต ท่ามกลางความช็อคและโศกเศร้าเสียใจ ไตต๊อก ชี้ไปที่อาโลแล้วบอกว่าเขาคือเด็กต้องคำสาป เขาสมควรตายตั้งแต่เกิด หลังจากทำพิธีจัดงานศพตามประเพณีให้กับมะลิ พวกเขาก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านใหม่ในตอนกลางคืน ซึ่งไม่ได้เป็นอย่างที่ทางการบอกมาเลยแม้แต่น้อย ที่นั่นไม่มีบ้านหลังใหญ่ๆ หรือไฟฟ้า มีเพียงเศษไม้และสังกะสีที่ปล่อยให้ชาวบ้านประกอบกันเอง หลายวันผ่านไปชาวบ้านเริ่มไม่พอใจมากขึ้น แม้ทางการจะส่งตัวแทนมาเจรจาว่าให้รอสักหน่อย ลุงม่วง ชายสูงอายุที่มักจะมาทำเสียงตลกๆ เพื่อก่อกวนเจ้าหน้าที่ เขาแต่งตัวใส่สูทสีม่วงซึ่งโดดเด่นจากทุกคนที่อยู่ที่นั่น ลุงม่วงเลี้ยงเด็กสาวคนหนึ่งไว้ด้วยชื่อ เกีย ไม่นานเธอและลุงม่วงก็สนิทกันกับอาโล แต่พ่อของเขาห้ามไม่ให้ไปยุ่งกับพวกเขา ทำให้อาโลพังกระต๊อบเล็กๆ ทิ้งเพราะโกรธพ่อ ต่อมาอาโลได้ไปรู้ความลับว่าสาเหตุที่ชาวบ้านที่ย้ายมาที่อยู่ใหม่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็เพราะว่าไฟฟ้าถูกนำไปจ่ายให้กับโรงงานใกล้เคียงหมดแล้ว ทำให้เขาร่วมมือกับลุงม่วงในการทำภารกิจต่อไฟฟ้าให้มาถึงยังหมู่บ้านให้ได้ อีกทั้งพวกเขาร่วมกันสร้างบั้งไฟเพื่อขอให้ฝนตกมายังพื้นที่และมีน้ำใช้

นี่ไม่ใช่หนังธรรมดา แต่เป็น หนังอินดี้ ที่เข้าชิงมาแล้ว หลายรางวัล แม้แต่เวที ออสการ์ ก็ยังมีชื่อเข้าชิง หนังมันจะดูจริงไปไหน ความยากจน ไร้ที่อยู่ การเอาชีวิตรอดไปวันๆ ที่เกิดจากความเจริญสมัยใหม่ แต่ก็ยังคงหลงเหลือล่องลอยสงครามความเจ็บปวดอยู่ จากอดีต การต่อสู้ การแข่งขันเพื่อชัยชนะเดียว ในงานบุญบั้งไฟ เพื่อเงินรางวัล และแผ่นดินแห่งใหม่ที่สมบูรณ์ ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หนังเล่าเรื่องได้ดีเลยทีเดียว ใส่อารมณ์ ในหนังที่หลากหลาย ผสมกับความเชื่อของแต่ละคนเข้าไป มีจังหวะลุ้นเป็นพักๆ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่น่าติดตามเรื่องหนึ่งเลยค่ะ