The Siam Renaissance | ทวิภพ (2004)

The-Siam-Renaissance (2004)

The Siam Renaissance | ทวิภพ (2004)

หลายปี กระแส บุพเพสันนิวาส ละครโรแมนติกที่ออเจ้าการะเกดพาย้อนยุคกลับไปอิ่มเอมกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยากำลังโด่งดังไปทั่วทุกมุมเมืองแต่เมื่อนึกถึงพล็อตประเภทตัวละครยุคปัจจุบันพาย้อนสู่อดีต ทวิภพ จากบทประพันธ์ขึ้นหิ้งของ ทมยันตี คืออีกหนึ่งงานที่อยู่ในความทรงจำและน่าสนใจไม่แพ้กันบทประพันธ์ ทวิภพ ถูกนำมาสร้างทั้งในรูปแบบภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง ซึ่งแทบทุกครั้งก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ถือว่า ‘ล้มเหลว’ ในด้านรายได้และกระแสความนิยม นั่นคือเวอร์ชันภาพยนตร์ที่เข้าฉายในปี 2547 The Siam Renaissance  ทวิภพ แต่พอมามองด้วยแว่นปัจจุบันในปีนี้กับพบว่า หนังจาก เว็บดูหนังออนไลน์ โคตรล้ำเลยนะมีการตีความได้น่าสนใจดี

The Siam Renaissance หรือในชื่อไทย ทวิภพ เป็นภาพยนตร์แนว โรแมนติก Romance มณีจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษระดับ 6 สาขาประวัติศาสตร์ ประจำกงสุลไทยนครปารีส ถูกเรียกตัวด่วนในคืนนั้น ในฐานะตัวแทนผู้เกี่ยวข้องกับประเทศสยาม อันเป็นที่มาของบันทึกนั้น วัวอิยา ถูกจัด ระดับความสำคัญเพียง “นิยายไร้สาระ” แต่ในความคิดของ มณีจันทร์ มันเป็นสิ่งที่น่าค้นหา …เธอได้ล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนแห่งความลับที่ถูกกำหนดไว้จากบันทึกนี้ ดินแดนที่เธอไม่เชื่อว่าเป็นจริงเมื่อแยกจากโลกปัจจุบัน ..หญิง สาวต้องกลับประเทศไทยด้วยเหตุผลบางประการที่บ้านเกิดในเมืองไทย มณีจันทร์ สับสนและแยกแยะไม่ออกว่า ตัวเธออยู่ในความเป็นจริงอันใด.. “วันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ ? หรือ วันนี้คืออนาคตของเมื่อวาน ?” “มณีจันทร์” จะอยู่ในตำแหน่งไหนของตัวเธอเอง หลายครั้งที่เธอคิดอยู่เสมอว่า เธอเป็นต้นเหตุของบันทึกเสียเองหรือไม่? และการเดินทางครั้งใหม่ของ มณีจันทร์ ก็เริ่มขึ้นเมื่อภาวะสมดุล

The-Siam-Renaissance (2004)

ความจริงกึ่งฝัน นำ มณีจันทร์ สู่ดินแดนที่แปลกหน้าทีละน้อย ดินแดนนั้นคือบ้านเกิดเมืองนอนของเธอนั่นเอง แต่เธอเป็นคนแปลกหน้าของที่นั่น…เธอได้กลับไปสู่บ้านเมืองของเธอเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว กลับไปสู่ “สยาม” แห่งการเริ่มต้นของอารยธรรมใหม่ กลับไปสู่ รัชสมัยพระจอมเกล้าฯ ยุคแห่งการเอาตัวให้รอดจากการล่าอาณานิคมของตะวันตก ยุคที่ต้องยอมรับว่า “ภาษาอังกฤษคือภาษาอนาคต”“การกลับไปได้เห็น” ของมณีจันทร์เหมือนความฝันที่มีอยู่ในตัวเราทุกคน แต่อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้าน” ก็ยังเป็นสิ่งเตือนใจเสมอ ..แต่ที่ไหนล่ะคือบ้านที่แท้จริงของเธอ ? ที่ใดคือปัจจุบันของเธอ ? ความรักอยู่ที่ภพไหน ? การเสียดินแดนครั้งสำคัญที่สุดในสยาม หรือ “วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112”..คือบทสุดท้ายของเรื่องราว รวมทั้งเป็นวิกฤตสำคัญของเธอด้วย เหตุการณ์ที่ปากน้ำ ใน “วิกฤต ร.ศ. 112” ทำให้มณีจันทร์ต้องเสียสละความรัก เพื่อ คงอดีตที่ถูกต้องไว้ มณีจันทร์ ได้เข้าใจว่า “ความทุกข์ที่เกิดจากความรัก ไม่ใช่เพราะมันจากไป หากแต่เพราะมันยังอยู่ต่างหาก”

The-Siam-Renaissance

การตี ใจความหลักคือการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความโหยหา หวนระลึก รักชาตินิยมไทย มองสะท้อนผ่านกระจกแห่งกาลเวลา ยุคสมัยรัชกาลที่ ๕ บรรพบุรุษของชาวเราพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อปกป้องเขตดินแดน สูญเสียแค่บางส่วนก็แทบหมดอาลัยตายอยาก แต่ไฉนชาวเราปัจจุบัน กลับสูญเสียจิตวิญญาณขนบวิถี ‘ความเป็นไท’ ไปให้กับชาติตะวันตกจนแทบหมดสิ้นแล้วแทบทั้งหมดของหนังดำเนินเรื่องในมุมมองของ เมณี่/มณีจันทร์ แต่ด้วยลีลาครึ่งหลับครึ่งตื่น ตัดสลับไปมาระหว่างอดีต-ปัจจุบัน หลายครั้งด้วยลักษณะช็อตต่อช็อต คู่ขนานต่อเนื่องกันไป จนเกิดความกลมกลืนแบ่งแยกแทบไม่ออก ผู้ชมสามารถสังเกตอย่างตั้งใจ หรือปล่อยให้เรื่องราวเคลื่อนไหลต่อเนื่องไปเอง ก็น่าจะสามารถทำความเข้าใจได้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง

โดนรวม ถือว่าเป็น หนังไทย ที่น่าประทับใจมากนะ คือเรารู้มาตลอดว่าเรื่องนี้มันขาดทุน ก็เลยไม่คิดว่ามันจะดี แต่พอได้มีโอกาส พอได้ดูแล้วเราถึงก็ต้องปรบปรบมือ มันคือทวิภพเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดครั้งนึง มีการตีความที่พิเศษ การงาน Production ที่สุดมากๆทั้ง CGI ไม่ค่อยใช้ในสมัยนั้น งานภาพที่งดงามที่ดูแล้วที่รู้เลยว่าคิดมาดี งานดนตรีประกอบก็ไพเราะ รอขอให้คนไทยเปิดใจดูหนังเรื่องนี้และคุณจะเจอหนังไทยที่ดีมากๆ เรื่องหนึ่ง